ระบบบำบัดกลิ่นโรงงาน

h1


กลิ่นของมักมากับฝุ่นละออง และกลิ่นที่เกิดจากกระบวนการอุตสาหกรรมแต่ละประเภทจะมีลักษณะ เฉพาะแตกต่าง กันไป เช่น โรงงานปลาป่น โรงงานฟอกหนัง เป็นต้น ซึ่งกลิ่นเหล่านั้นสามารถ เป็นสัญญาณเตือนถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสุขภาพได้ และด้วยเหตุนี้ จึงสร้างระบบบำบัดกลิ่นโรง งาน "ไบโอดิโอไรเซอร์” ขึ้นมา ซึ่งระบบบำบัดกลิ่นนี้จะเป็นลักษณะการจับกลิ่นเน่าเสียและฝุ่นด้วย ม่านน้ำ เนื่องจากม่านน้ำมีความหนา 40 -50 mm ทำให้สามารถละลายกลิ่นเหม็น และจับฝุ่นได้ อย่างแม่นยำ ที่มากไปกว่านั้นคือ ทำงานได้โดยสูญเสียแรงดันที่ต่ำ อีกทั้งวัสดุที่ใช้ยังเป็นแบบปลอกซึ่ง สามารถถอดเปลี่ยนอย่างง่ายดาย และง่ายต่อการบำรุงรักษา ดังนั้น ระบบบำบัดกลิ่นโรงงาน "ไบ โอดิโอไรเซอร์” จึงเปรียบเสมือนเครื่องขัดยุคใหม่ที่ทำการบำบัดอากาศที่แปดเปื้อนด้วยการ หมุน เวียนของน้ำ และเป็นระบบบำบัดกลิ่นโรงงานอีกรูปแบบ ที่มีความลงตัว และจำเป็นต่อเกือบทุก อุตสาหกรรมที่มีสาร หรือกลิ่นรบกวน เพื่อช่วยลดมลพิษทางอากาศ และช่วยหลีกเลี่ยงอันตรายที่จะ เกิดขึ้นได้

ปัจจุบันปัญหามลภาวะทางกลิ่นทุกวันนี้กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งปัญหามลพิษนี้ส่วนใหญ่เกิดจากโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ทิ้งของเสียอันตราย ขยะ สิ่งปฎิกูลลงแม่น้ำ ลำคลอง ฝุ่นละอองเขม่าควัน และที่สำคัญคือการปล่อยกลิ่นสารเคมีประเภทสารประกอบอินทรีย์ที่ระเหยง่าย (Volatile Organic Compounds) ที่ใช้สำหรับในอุตสาหกรรม สำหรับแหล่งกำเนิดกลิ่นจากโรงงานอุตสาหกรรมนี้ได้แก่ โรงงานอุตสาหกรรมพลาสติก โรงงานแก้ว โรงงานฟอกหนัง โรงงานพ่นสีรถยนต์ โรงงานผลิตภัณฑ์เคมีต่างๆ เป็นต้น ซึ่งกลิ่นของแต่ละประเภทจะมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกันไป ล้วนแล้วแต่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของชุมชนรอบข้างและต่อสุขภาพได้ทั้งสิ้น ด้วยเหตุนี้จึงต้องมีแนวทางการควบคุมและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศในอุตสาหกรรมที่สามารถจัดทำได้หลายวิธีด้วยกัน ได้แก่ การใช้ระบบบำบัดกลิ่นโรงงานอุตสาหกรรม การควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษ การเผาไหม้โดยตรง การป้องกันบุคคลที่ต้องสัมผัสสารเคมีที่อันตราย รวมไปถึงการใช้เทคนิคทางด้านวิศวกรรมการออกแบบระบบบำบัดกลิ่นโรงงานด้วยกระบวนการทางชีวภาพ เช่น เครื่องดักฝุ่น เครื่องกำจัดกลิ่น เป็นต้น นอกจากการควบคุมระดับสารมลพิษในอากาศและการติดตั้งระบบบำบัดกลิ่นโรงงานโดยรอบพื้นที่ให้อยู่ภายใต้มาตรฐานคุณภาพอากาศทั่วไปแล้ว โรงงานอุตสาหกรรมยังต้องมีวิธีการควบคุมปริมาณฝุ่นละอองและระบบการบำบัดกลิ่นโรงงานอีกหลายวิธี ดังนี้

  1. เครื่องบำบัดอากาศ ไบโอดิโอไรเซอร์ (ฺBiodeoriser)เป็นระบบบำบัดกลิ่นโรงงานที่เปรียบเสมือนเครื่องขัดยุคใหม่ที่ทำการบำบัดอากาศด้วยการหมุนเวียนของน้ำ ซึ่งระบบบำบัดกลิ่นนี้จะเป็นวิธีการกำจัดกลิ่นเน่าเสีย และฝุ่นด้วยม่านน้ำ ที่สามารถละลายกลิ่นและจับฝุ่นได้อย่างแม่นยำ อีกทั้งวัสดุที่ใช้ยังเป็นแบบปลอกซึ่ง สามารถถอดเปลี่ยนอย่างง่ายดาย และง่ายต่อการบำรุงรักษา
  2. ไซโคลน (Cyclone) เป็นเครื่องมือสำหรับแยกอนุภาคออกจากอากาศ โดยใชหลักของแรงหมุนเหวี่ยง (centrifugal forces) จากการทําให้กระแสอากาศหมุนวน จึงสามารถกําจัดอนุภาคฝุ่นขนาดใหญ่ได้ ข้อดีของไซโคลน คือราคาถูก บำรุงรักษาน้อย เหมาะกับโรงงานที่มีฝุ่นหนาแน่น เช่น โรงงานเฟอร์นิเจอร์ไม้ โรงงานแป้งมันสำปะหลัง โรงงานผลิตปูนซีเมนต์ แต่ไม่เหมาะสําหรับกําจัดก๊าซหรือไอ ฝุ่นที่ขนาดเล็กมากได้ ดังนั้นหากจำเป็นต้องกำจัดฝุ่นขนาดเล็กก็ต้องใช้ พวกมัลติไซโคลน ถุงผ้ากรอง ระบบไฟฟ้าสถิต หรือระบบอื่นๆ
  3. ถุงกรอง (Bag Houses) ระบบถุงกรองนี้สามารถบำบัดฝุ่นขนาดเล็กได้ถึง 0.1 ไมครอนได้ สามารถกรองเก็บฝุ่นขนาดเล็กได้ ฝุ่นที่ดักได้จะเป็นลักษณะฝุ่นแห้ง เช่น ฝุ่นในอุตสาหกรรมผลิตยา ฝุ่นที่เก็บได้สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ในขบวนการผลิตอื่นๆ ได้อีก แต่มีข้อจำกัดในการใช้งานคือไม่เหมาะสําหรับกําจัดก๊าซหรือไอ ค่าก่อสร้างและดําเนินงานสูง ทนความร้อนสูงได้ไม่ดี
  4. เครื่องดักฝุ่นแบบระบบไฟฟ้าสถิต (Electronics Precipitator) เป็นเครื่องมือที่ใช้แรงไฟฟ้าแยกอนุภาคโดยอาศัยการสร้างประจุไฟฟ้าสถิตให้อนุภาค แล้วอนุภาคที่มีประจุจะเข้าไปในสนามไฟฟ้าสถิต สร้างประจุชนิดตรงข้ามที่แผ่นเก็บฝุ่น ทำให้ฝุ่นละอองเข้าไปเกาะติดกับแผ่นเก็บฝุ่น มีประสิทธิภาพสูงมาก สามารถดักฝุ่นที่มีขนาดเล็กกว่า 1 ไมครอนได้ทั้งแบบแห้งและเปียกสามารถจับก๊าซร้อนได้ แต่มีราคาแพงและต้องใช้พลังงานไฟฟ้ามากเป็นการสิ้นเปลือง
  5. ปล่องระบายควัน (Stack) ถูกออกแบบสร้างไว้เพื่อระบายอากาศออกสู่บรรยากาศภายนอกเป็นการขจัดมลพิษอากาศสุดท้ายในระบบบำบัดกลิ่นโรงงาน ลักษณะจะเป็นช่องทางออกอากาศที่ผ่านเข้ามาในระบบระบายอากาศและถูกบำบัด โดยปล่องระบายควันจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขจัดอากาศเสีย โดยส่งอากาศขึ้นไปให้อากาศภายนอก ซึ่งสามารถกำหนดความเข้มข้นของมลพิษนั้นให้เจือจางความสกปรกของมลพิษให้อยู่ในมาตรฐานของการระบายออกจนอยู่ระดับที่ไม่เป็นอันตรายต่อผู้อยู่ในบริเวณใกล้เคียงได้



Untitled-1

Untitled-3
Untitled-2